| การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็ก |
|
|
| 30 พ.ย. 1999 12:00น. | |
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็ก ปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กนั้นเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยพอควร ซึ่งอาการและอาการแสดงบางครั้งอาจไม่ชัดเจน และทำให้ไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งในบางรายเมื่อเนิ่นนานไป ก็จะเกิดปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆตามมา เช่น โรคไตเรื้อรัง หรือไตวายได้ ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบทางเดินปัสสาวะนั้นมีหน้าที่เป็นตัวการในการขับถ่ายของเสีย (ปัสสาวะ) ออกจากระบบการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย และเป็นที่พักของปัสสาวะ ที่ขับออกมาจากไตทั้ง 2 ข้าง ออกมาในท่อไตและมาอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ก่อนที่จะขับออกไปทางท่อปัสสาวะให้ออกไปจากร่างกาย ซึ่งมีอวัยวะต่างๆร่วมกันทำหน้าที่นี้ ได้แก่ ไต ซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างน้ำปัสสาวะ ไหลออกมาทางท่อไต ลงมาเก็บอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงที่มีผนังบาง และที่ผนังนั้นประกอบด้วยกล้ามเนื้อบางๆประสานกัน ทำให้กระเพาะปัสสาวะสามารถขยายตัวรับปริมาณของปัสสาวะได้มากถึงจุดหนึ่ง ก่อนที่ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะจะส่งสัญญานว่ากระเพาะปัสสาวะเต็มและเริ่มการหดตัวของผนังกระเพาะปัสสาวะ ทำให้บีบตัวขับปัสสาวะออกมาตามท่อปัสสาวะ ซึ่งจะมีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เสมือนกล้ามเนื้อหูรูดคอยทำหน้าที่ปิดเปิดท่อปัสสาวะตรงบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เราสามารถควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้ แม้ว่าจะรู้สึกว่าปวดปัสสาวะแล้ว ซึ่งท่อปัสสาวะในเด็กหญิงจะสั้นกว่าของในเด็กชาย ทำให้เด็กหญิงมีปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้มากกว่าเด็กชาย ส่วนเด็กชายที่ไม่ได้ทำการขลิบ (หรือหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศยังไม่เปิด) จะมีอุบัติการณ์การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะสูงกว่าเด็กชายที่หนังหุ้มปลายเปิดแล้วเพียงเล็กน้อย พบว่าประมาณ 3 % ของเด็กหญิง และ 1 % ของเด็กชาย จะมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ในตอนเด็ก จนถึงช่วงอายุ 11 ปี ซึ่งในทางปฏิบัติ เด็กเล็กที่มีไข้สูงโดยไม่พบว่ามีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย มีโอกาส ประมาณ 1 ใน 20 ที่จะเป็นปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งตำแหน่งที่อาจเกิดการติดเชื้อได้นั้นก็ เช่น การติดเชื้อของท่อปัสสาวะ ( Urethritis), การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, cystitis) , การติดเชื้อที่เนื้อไต (Pyelonephritis) อาการของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็ก
ในกรณีที่สงสัยว่าจะมีปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็ก ควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งแพทย์จะมีวิธีการนำไปสู่การวินิจฉัยได้ โดยการ
การเก็บปัสสาวะ ในเด็กนั้นจะต้องทำการเก็บปัสสาวะที่สะอาด และไม่ให้ปนเปื้อนเชื้อในการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ และเป็นปัสสาวะใหม่ เพื่อการตรวจที่จะให้ได้ผลแม่นยำ วิธีการเก็บมีได้หลายวิธี ได้แก่
เมื่อได้ปัสสาวะแล้ว ควรรีบส่งน้ำปัสสาวะที่ได้ไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อการตรวจปัสสาวะโดยเร็ว ไม่ควรทิ้งไว้นานหลายชั่วโมง เพราะอาจทำให้ผลที่ได้มีความคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องได้ ซึ่งการเลือกวิธีเก็บปัสสาวะที่เหมาะสมนี้ ทางแพทย์และพยาบาลผู้ดูแลจะช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการเลือกและแนะนำวิธีการเก็บต่างๆให้ การรักษา เนื่องจากปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งแพทย์จะเลือกชนิด และขนาดของยา รวมทั้งวิธีการให้ยา ให้เหมาะสมกับสภาวะการติดเชื้อที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจเป็น การให้ยาฉีด หรือยาชนิดรับประทาน ส่วนใหญ่ในรายที่มีการติดเชื้อรุนแรง มักจะมีไข้สูงและมีอาเจียน ปวดท้องร่วมด้วย ก็จะเป็นยาฉีด และเข้ารับการรักษาตัวใน ร.พ.จะเหมาะสมกว่า แต่ในรายที่อาการเป็นไม่มาก และสามารถทานยาได้ดี ก็อาจเลือกเป็นยาชนิดรับประทานได้ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะนั้นมีความสำคัญเร่งด่วนที่ต้องทำการรักษาให้ถูกต้องเพื่อ
ระยะเวลาในการรักษาควรเป็นอย่างน้อย 7-14 วัน ในบางราย อาจจะต้องให้การรักษานานกว่านี้ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง อย่าหยุดยาเอง เนื่องจากเห็นว่าเด็กอาการดีขึ้นแล้ว ทั้งนี้เพราะการรักษานั้นต้องใช้เวลาในการขจัดเชื้อที่อาจเข้าไปอยู่ที่เนื้อไตแล้ว ถ้าการรักษาไม่นานพอก็อาจจะกลับมาเป็นปัญหาได้อีก การติดตามผลการรักษาและการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม หลังการได้รับการรักษาครบตามกำหนดเวลาและคนไข้มีอาการเป็นปกติแล้ว ควรมีการตรวจปัสสาวะซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าการติดเชื้อได้หายไปจากระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ อาจมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ที่สำคัญ เนื่องจากปัญหาการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กนั้นอาจมีความผิดปกติแต่กำเนิดของระบบทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ ถ้าพบจากการตรวจเพิ่มเติมนี้ ก็จะมีทางแก้ไขได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเป็นการป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน จนเกิดเป็นโรคไตวายเรื้อรัง การตรวจพิเศษเหล่านี้ได้แก่
ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดและคำแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ในการเลือกทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมต่างๆเหล่านี้ ตามที่เห็นสมควร และเป็นไปตามปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่พบ สรุป ปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กนั้นเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยพอควร และสามารถให้การรักษาได้ การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องและการรักษาที่ถูกต้องมีความสำคัญมาก เพราะถ้ามีปัญหาจริง แต่ไม่ได้รับการรักษา ก็อาจเกิดปัญหาแทรกซ้อนในระยะยาว เช่น ไตวาย โรคไตเรื้อรัง ฯลฯ ซึ่งรักษาได้ยากกว่า จึงควรปรึกษาแพทย์ และให้ความร่วมมือในการตรวจวินิจฉัย ตามข้อบ่งชี้ เมื่อสงสัยว่าลูกมีปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์ คลินิกเด็ก.คอม |
|
| แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 05 เม.ย. 2009 21:15น. ) |
| <ก่อนหน้า | ต่อไป> |
|---|












