| พิษสุนัขบ้า |
|
|
|
พิษสุนัขบ้า การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านนั้นอาจเป็นอันตรายแก่ลูกของคุณได้โดยที่คุณเองอาจคาดไม่ถึง เด็กๆเองจะมีความตื่นเต้น และอยากจะเข้าเล่นกับสุนัขหรือสัตว์อื่นที่เห็นโดยที่ไม่ทันได้ระวังตัว และเช่นกันสุนัขและสัตว์อื่นๆก็มักจะชอบที่จะเข้าหาเด็ก โดยอาจจะเป็นการเข้ามาเล่นด้วยอย่างเป็นมิตร หรือการเข้าจู่โจมทำร้าย อย่างที่เคยมีข่าวว่าสุนัขพันธ์ดุๆ เช่น Pit bull อยู่ๆก็เข้ากัดเด็กจนเสียชีวิต แต่ก็มีสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องระวังเมื่อมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน คือ โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสุนัข แต่ก็มีหลายรายงานที่พบว่าสัตว์อีกหลายชนิดอาจจะเป็นตัวนำเชื้อพิษสุนัขบ้าได้ เช่น แมว หนู ค้างคาว และสัตว์อื่นอีกหลายชนิด โรคพิษสุนัขบ้านั้นเกิดจากเชื้อไวรัสที่ชอบเข้าสู่สมองและระบบประสาทชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Rabies ซึ่งติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิดโดยเฉพาะการกัดของสัตว์ และสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้านี้ สุนัขอาจจะไม่มีอาการดุร้ายหรือดูว่าเป็นบ้า เพราะสัตว์อาจจะมีเชื้อพิษสุนัขบ้า และอยู่ในระยะติดต่อ โดยแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบที่อาจจะมีอาการดุร้ายให้เห็นชัด หรือแบบที่ 2 คืออาจจะมีอาการเซื่องซึมดูหงอยไป ทำให้เจ้าของต้องเข้ามาดูแลใกล้ชิด และได้รับเชื้อโดยไม่รู้ตัว ความเชื่อเดิมที่ว่าสุนัขที่เป็นบ้าจะต้องมีอาการให้เห็นได้ชัดเจน และมักจะตายในเวลาไม่กี่วัน นั้นก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป มีรายงานที่พบว่าสุนัขอาจมีเชื้อพิษสุนัขบ้าอยู่ในต่อมน้ำลายของมันโดยที่ไม่มีอาการอะไรอยู่ได้นานเป็นเดือน ทำให้เจ้าของที่ถูกกัดนั้นเสียชีวิตไปจากพิษสุนัขบ้า โดยที่ตัวสุนัขต้นเรื่องยังมีชีวิตอยู่ก็มี ดังนั้นการที่จะจับสุนัขมาขังไว้ และเฝ้าคอยดูอาการของมัน ว่าบ้าหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจให้คนที่ถูกกัดจะไปฉีดวัคซีนป้องกันนั้นจึงไม่เป็นที่แนะนำให้ทำในเวชปฏิบัติกันอีกต่อไป เพราะนอกจากจะไม่แน่นอนแล้ว ยังเป็นการทำให้เสียเวลาอันมีค่าในการฉีดวัคซีน ซึ่งต้องการให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ขึ้นสูงในเวลาอันสั้น เพื่อที่จะป้องกัน แต่การคอยสังเกตอาการของสัตว์กลับทำให้เสียเวลาล่าช้าไปอีก นอกจากนี้ยังพบว่าแม้แต่คนที่ถูกกัด และได้รับเชื้อพาสุนัขบ้าเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเกิดอาการกลัวน้ำและเสียชีวิตภายใน 1-2 อาทิตย์ แต่จากรายงานของศูนย์ควบคุมโรค (CDC) ของอเมริกา พบว่ามีบางรายที่ใช้เวลานาน 1 ถึง 3 ปี จึงจะค่อยเกิดอาการพิษสุนัขบ้าขึ้น โดยการติดตามดูคนเขมร ญวน ที่อพยพไปจากเอเชีย แล้วไปเสียชีวิตภายหลัง ด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ในอเมริกาซึ่งพบว่าเป็นเชื้อสายพันธ์ที่อยู่ในเอเชีย โดยที่คนเหล่านั้นไม่เคยเดินทางกลับมาเยี่ยมถิ่นเดิมเลยในช่วงเวลาหลายปีที่ไปอยู่ในอเมริกา จึงพอสรุปได้ว่าคนเหล่านั้นน่าจะได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ในเอเชีย แต่ยังไม่มีอาการอะไรจนหลายเดือน หลายปีผ่านไปจึงค่อยเกิดอาการพิษสุนัขบ้าขึ้น และเสียชีวิตในที่สุด การดูแลคนที่ถูกสัตว์กัด โดยเฉพาะรายที่สงสัยว่าจะมีพิษสุนัขบ้า (ซึ่งบางทีบอกยากว่าจะมีหรือไม่มีพิษสุนัขบ้า) ถ้ามีแผลชัดเจน ให้รีบทำการปฐมพยาบาลโดยการล้างแผลด้วยน้ำเพื่อลดการสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์, ฟอกสบู่ทำความสะอาด และใส่ยาฆ่าเชื้อ(ถ้ามี) เช่น เบตาดีน หรือแอลกอฮอ และเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่แผล ห้ามใช้ปากดูดเลือดจากแผล (เพราะผู้ดูดนั้นอาจจะได้รับเชื้อเข้าทางปากแทน) จากนั้นจึงไปพบแพทย์ ถ้ามีแผลเหวอะ มีเลือดออก แพทย์จะทำการล้างแผลให้สะอาดอีกครั้งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำการเย็บแผลให้ นอกจากว่าแผลใหญ่เหวอะหวะมากจริงๆ เนื่องจากการเย็บแผลในรายเช่นนี้ มีโอกาสเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่าย จากนั้นจะมีการแนะนำให้ฉีดวัคซีน ที่สำคัญคือ การฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (ถ้ายังไม่ได้ฉีดตามกำหนด) และ วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ซึ่งจะมี การฉีดแบบที่ทำหลังจากถูกกัดแล้ว (Post-exposure schedule) ทั้งหมด 5 เข็ม ในวันที่ 0, 3, 7, 14 และ 28 หรือ 30 (นับวันที่ฉีดเข็มแรกเป็นวันที่ 0 ) ปัจจุบันวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าที่มีใช้กันอยู่นั้นมีประสิทธิภาพดี และมีผลข้างเคียงน้อยมาก แม้แต่ในเด็กเล็ก หรือหญิงมีครรภ์ ถ้ามีข้อบ่งชี้ว่าต้องฉีด ก็สามารถฉีดได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ในรายที่มีบาดแผลชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ซึ่งมีโอกาสเกิดอาการพิษสุนัขบ้าได้เร็ว ควรพิจารณาฉีด อิมมูโนกลอบูลินพิเศษสำหรับพิษสุนัขบ้า (ซึ่งก็คือภูมิคุ้มกันต่อเชื้อพิษสุนัขบ้าชนิด สำเร็จรูปที่เตรียมไว้พร้อมใช้) เข้าที่บริเวณบาดแผล และเข้ากล้ามด้วย เพื่อช่วยให้คนไข้มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อพิษสุนัขบ้าขึ้นในร่างกายได้เร็ว ทันเวลาที่จะป้องกันการติดเชื้อนี้ เนื่องจากมีหลายรายงานที่พบว่าการฉีดวัคซีนไปตามกำหนดโดยไม่ได้ให้อิมมูโนกลอบูลินต่อพิษสุนัขบ้าด้วย นั้นอาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันคนไข้ให้ปลอดภัยจากการเกิดพิษสุนัขบ้า เพราะถ้ารอผลจากวัคซีนเพียงอย่างเดียว ต้องใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์ภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนจึงจะเริ่มขึ้นสูงพอ ซึ่งในรายที่ถูกกัดมีแผลและสุนัขบ้าจริง เวลา 2 สัปดาห์นั้นที่ต้องรอนั้นอาจจะไม่ทันการ ดังนั้นถ้ามีข้อบ่งชี้ ก็ควรให้ แม้ว่าอิมมูโนกลอบูลินพิเศษนี้จะมีราคาสูงกว่าวัคซีน แต่จะสามารถป้องกันการเกิดพิษสุนัขบ้าได้ดีขึ้น และทันเวลา ที่สำคัญอีกอย่างคือในคน หรือเด็กที่ถูกสุนัขกัด มักจะถูกกัดอีกได้ง่ายๆ อาจเป็นเพราะลักษณะของคนคนนั้นเองที่สุนัขชอบ หรือจากการดำเนินชีวิต เช่นอยู่ในซอยที่มีสุนัขจรจัดเป็นกลุ่มใหญ่ การเดินผ่านเข้าออกก็ต้องเสี่ยงจะถูกกัดเป็นธรรมดา ซึ่งในกรณีเช่นนี้ก็แนะนำให้พิจารณา การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแบบล่วงหน้าไว้ก่อน (Pre-exposure schedule) ซึ่งสามารถเริ่มฉีดเมื่อสะดวก โดยทำเพียง 3 เข็ม วันที่ 0, 7, 28 หรือ 30 แล้วจะมีภูมิคุ้มกันขึ้น ต่อมาเมื่อถุกกัด ก็จะต้องการเพียงการทำความสะอาดแผล ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน และ ฉีดวัคซีนกระตุ้นอีก เพียง 2 เข็ม คือวันที่ 0 และ 3 อีกก็พอ โดยจะมีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงได้เร็วกว่า การฉีดแบบหลังจากถูกกัด และมี ข้อดีที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือไม่ต้องให้อิมมูโนกลอบูลินสำหรับพิษสุนัขบ้า และในปัจจุบันองค์การอนามัยโรคก็ได้ให้การสนับสนุนการให้วัคซีนแบบป้องกันไว้ล่วงหน้าก่อนถูกกัดในกลุ่มผู้ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้านี้ นอกจากนั้นเราคงต้องมาพิจารณาดูว่าจะลดปัญหาพิษสุนัขบ้ากันที่สาเหตุได้หรือไม่ ก็คือการรณรงค์ลดจำนวนประชากรสุนัขจรจัดในชุมชน การดูแลสุนัขให้ถูกวิธี การฉีดวัคซีนให้สุนัข ทำหมันสุนัข ฯลฯ ซึ่งพวกเราขอสนับสนุนให้ทางการ เช่น กทม., สาธารณสุขจังหวัด และสาธารณสุขอำเภอ และชุมชนต่างๆ ช่วยกันดูแลและสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรม ที่เกิดขึ้นจากสุนัข และ พิษสุนัขบ้านี้ที่อาจเกิดกับลูกหลานของเราและตัวเราเองนพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์ คลินิกเด็ก.คอม |
|
| แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 11 ก.ย. 2005 09:40น. ) |
| <ก่อนหน้า | ต่อไป> |
|---|










การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านนั้นอาจเป็นอันตรายแก่ลูกของคุณได้โดยที่คุณเองอาจคาดไม่ถึง เด็กๆเองจะมีความตื่นเต้น และอยากจะเข้าเล่นกับสุนัขหรือสัตว์อื่นที่เห็นโดยที่ไม่ทันได้ระวังตัว และเช่นกันสุนัขและสัตว์อื่นๆก็มักจะชอบที่จะเข้าหาเด็ก โดยอาจจะเป็นการเข้ามาเล่นด้วยอย่างเป็นมิตร หรือการเข้าจู่โจมทำร้าย อย่างที่เคยมีข่าวว่าสุนัขพันธ์ดุๆ เช่น Pit bull อยู่ๆก็เข้ากัดเด็กจนเสียชีวิต
นอกจากนี้ยังพบว่าแม้แต่คนที่ถูกกัด และได้รับเชื้อพาสุนัขบ้าเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเกิดอาการกลัวน้ำและเสียชีวิตภายใน 1-2 อาทิตย์ แต่จากรายงานของศูนย์ควบคุมโรค (CDC) ของอเมริกา พบว่ามีบางรายที่ใช้เวลานาน 1 ถึง 3 ปี จึงจะค่อยเกิดอาการพิษสุนัขบ้าขึ้น โดยการติดตามดูคนเขมร ญวน ที่อพยพไปจากเอเชีย แล้วไปเสียชีวิตภายหลัง ด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ในอเมริกาซึ่งพบว่าเป็นเชื้อสายพันธ์ที่อยู่ในเอเชีย โดยที่คนเหล่านั้นไม่เคยเดินทางกลับมาเยี่ยมถิ่นเดิมเลยในช่วงเวลาหลายปีที่ไปอยู่ในอเมริกา จึงพอสรุปได้ว่าคนเหล่านั้นน่าจะได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ในเอเชีย แต่ยังไม่มีอาการอะไรจนหลายเดือน หลายปีผ่านไปจึงค่อยเกิดอาการพิษสุนัขบ้าขึ้น และเสียชีวิตในที่สุด
การดูแลคนที่ถูกสัตว์กัด โดยเฉพาะรายที่สงสัยว่าจะมีพิษสุนัขบ้า (ซึ่งบางทีบอกยากว่าจะมีหรือไม่มีพิษสุนัขบ้า) ถ้ามีแผลชัดเจน ให้รีบทำการปฐมพยาบาลโดยการล้างแผลด้วยน้ำเพื่อลดการสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์, ฟอกสบู่ทำความสะอาด และใส่ยาฆ่าเชื้อ(ถ้ามี) เช่น เบตาดีน หรือแอลกอฮอ และเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่แผล
นอกจากนั้นเราคงต้องมาพิจารณาดูว่าจะลดปัญหาพิษสุนัขบ้ากันที่สาเหตุได้หรือไม่ ก็คือการรณรงค์ลดจำนวนประชากรสุนัขจรจัดในชุมชน การดูแลสุนัขให้ถูกวิธี การฉีดวัคซีนให้สุนัข ทำหมันสุนัข ฯลฯ ซึ่งพวกเราขอสนับสนุนให้ทางการ เช่น กทม., สาธารณสุขจังหวัด และสาธารณสุขอำเภอ และชุมชนต่างๆ ช่วยกันดูแลและสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรม ที่เกิดขึ้นจากสุนัข และ พิษสุนัขบ้านี้ที่อาจเกิดกับลูกหลานของเราและตัวเราเอง


