|
มะเร็งปากมดลูก...ภัยร้ายของผู้หญิง |
|
|
|
11 เม.ย. 2009 06:08น. |
|
มะเร็งปากมดลูก...ภัยร้ายของผู้หญิง จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ถึงปัจจุบัน พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยคือ “โรคมะเร็ง” ซึ่งนับว่าโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรคมะเร็งปากมดลูก” เป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในผู้หญิงไทย มีอุบัติการณ์ที่จากรายงานโดยกระทรวงสาธารณสุขปี พ.ศ. 2550 เท่ากับ 24.7 ต่อประชากรสตรี 100,000 คนต่อปี และจะมีผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นประมาณ 7,000 คนต่อปี โดยเฉลี่ยแล้วสตรีไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกวันละ 7 ราย ช่วงอายุที่พบบ่อยอยู่ในช่วงอายุ 45-55 ปี จึงเป็นที่น่าสังเกตว่ามักพบในผู้หญิงที่อยู่ในวัยทำงาน นอกจากนี้ก็ยังพบในผู้หญิงที่มีบุตรตั้งแต่อยู่ในวัยเรียน ซึ่งผลกระทบตามมานอกเหนือจากตัวผู้ป่วยเองแล้วยังกระทบต่อครอบครัวผู้ป่วย และสังคมเป็นอย่างมากด้วย หากถามถึงสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ก็พบ ว่าเกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV : Human Papilloma Virus) เป็นไวรัสที่มีรูปร่างทรงกลมเหมือนลูกบอล มีขนาดเล็กมาก ติดต่อกันได้โดยการมีเพศสัมพันธ์และป้องกันไม่ได้โดยการใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากติดต่อโดยการสัมผัส ไม่ใช่ทางสารคัดหลั่งเหมือนเอชไอวี ถุงยางอนามัยจึงอาจลดโอกาสการติดเชื้อเอชพีวีลงไปได้บ้างเท่านั้น แต่ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด เมื่อปากมดลูกติดเชื้อไวรัสเอชพีวี สารพันธุกรรมในไวรัสเอชพีวีจะถ่ายทอดเข้าไปในเซลล์ของปากมดลูก ทำให้เซลล์สูญเสียการควบคุม เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เข้าสู่ระยะก่อนมะเร็ง โดยใช้เวลาราว 5-10 ปี ก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกหากไม่ได้รับการรักษา ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกนั้นไม่ใช่มะเร็ง เนื่องจากไม่มีความประพฤติของมะเร็ง กล่าวคือ ไม่มีการลุกลาม ไม่มีการแพร่กระจาย แต่คงอยู่เฉพาะที่ ดังนั้น หากตรวจพบตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกแล้ว การรักษาก็จะทำได้ง่าย วิธีการรักษาที่มีในปัจจุบันสามารถทำได้โดยการทำลายเฉพาะที่ด้วยความเย็น หรือความร้อน ใช้ห่วงลวดไฟฟ้า หรือมีดตัดออก มะเร็งปากมดลูกที่เป็นน้อย ๆ หรือระยะก่อนมะเร็ง จะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แต่หากเริ่มมีอาการผิดปกติก็แสดงว่าเป็นมากพอสมควรแล้ว ถ้ามะเร็งยังอยู่เฉพาะที่ปากมดลูก อาการที่เป็นก็จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ เช่น ตกขาวมีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด อาการที่พบได้เร็วและต้องให้ความใส่ใจอย่างมากคือ เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หากมะเร็งปากมดลูกเป็นมากขึ้น ก็จะมีการตกขาวและเลือดออกมากขึ้นจนซีด ถ้ามะเร็งปากมดลูกลุกลามไปที่เนื้อเยื่อข้างมดลูกจะกดเบียดท่อไตที่ทอดตัว ผ่านบริเวณนั้นทำให้ปัสสาวะออกน้อยจนถึงไม่ออกเลย เป็นเหตุให้ไตวายได้ กรณีที่มะเร็งปากมดลูกลุกลามไปยังกระเพาะปัสสาวะ จะมีปัสสาวะออกมาเป็นเลือด หากลุกลามไปที่ทวารหนักก็มีอาการถ่าย อุจจาระเป็นเลือด และถ้าโรคลุกลามไปที่ใดก็จะมีอาการของ อวัยวะนั้น ๆ กลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก กลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ ผู้ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยไม่ถึง 20 ปี มีคู่นอนหลายคน สูบบุหรี่ และมีสามี ซึ่งภรรยาคนก่อนของสามีเคยเป็นมะเร็งปากมดลูก อย่างไรก็ตาม มะเร็งปากมด ลูกสามารถป้องกันได้ โดยแบ่งลักษณะการป้องกันออกเป็น 2 ระยะ คือ 1. การป้องกันระยะปฐมภูมิ (Primary prevention) โดยการปฏิบัติตนให้หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ของการเกิดมะเร็งปากมดลูก เช่น ไม่มีเพศสัมพันธ์ในขณะที่อายุน้อยเกินไป หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน ระวังการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และงดสูบบุหรี่ รวมทั้งการฉีดวัคซีนเอชพีวีป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งป้องกันได้กว่า 70% และแนะนำให้ฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เป็นต้น 2. การป้องกันระยะทุติยภูมิ (Secondary prevention) ป้องกันโดยการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง และให้การรักษาอย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญของการป้องกันในระยะนี้คือ การทำ แป๊ปเสมียร์ (Pap Smear) เป็นวิธีการตรวจหามะเร็งปากมดลูก โดยการใช้ไม้รูปปากเป็ดสอด เข้าไปป้ายเซลล์ของปากมดลูกที่หลุดออกมาแล้วนำไปตรวจหาเซลล์มะเร็งต่อไป วิธีนี้อาจใช้ร่วมกับการตรวจหาไวรัสเอชพีวีวิธีอื่น เช่น วิธีชโลมปากมดลูกด้วยน้ำส้มสายชู แล้วประเมินสีของปากมดลูก ซึ่งผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วหรือยังไม่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการป้องกันอีกทางหนึ่ง ในกรณีที่เป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วก็สามารถรักษาและมีโอกาสหายจากโรคได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโรคว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน และตอบสนองกับการรักษาดีหรือไม่ โดยที่ก่อนการรักษาจะต้องมีการตรวจประเมินโรคอย่างละเอียดว่าเป็นเฉพาะที่ ปากมดลูก หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นแล้ว การรักษาอาจเป็นการผ่าตัด ฉายแสง ใส่แร่ ให้ยาเคมีบำบัด หรือใช้หลายวิธีร่วมกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน โดยสรุปแล้ว มะเร็งปากมดลูกเป็นภัยร้ายของผู้หญิงไทย..ที่สามารถป้องกันได้ โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุกปี การฉีดวัคซีนเอชพีวีป้องกันในผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่เนื่องจากวัคซีนยังไม่สามารถป้องกันได้ 100% จึงยังต้องรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมด้วย ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามะเร็งปากมดลูกจะค่อย ๆ ตกอันดับไปจากมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหญิงไทย. ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ หน่วยมะเร็งนรีเวช ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
เดลินิวส์ 21 กุมภาพันธ์ 2552 คลินิกเด็ก ดอท คอม |