| คำแนะนำสำหรับครูในการปฏิบัติต่อเด็กสมาธิสั้นที่โรงเรียน |
|
|
คำแนะนำสำหรับครูในการปฏิบัติต่อเด็กสมาธิสั้นที่โรงเรียน ขณะอยู่ในห้องเรียนเด็กมักสนใจเรียนไม่ได้นาน เหม่อลอย วอกแวก แหย่เพื่อน รบกวนคนอื่นๆ ไม่ตั้งใจเรียน ผลการเรียนไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งที่เด็กบางคนฉลาดถูกตักเตือนลงโทษบ่อย ถูกยกว่าเป็นเด็กดื้อ คุณครูสามารถให้ความช่วยเหลือเด็กดังนี้ การช่วยเรื่องปัญหาสมาธิสั้น 1. ตำแหน่งโต๊ะเรียนไม่ควรให้เด็กนั่งติดหน้าต่างหรือประตู เพราะเด็กจะวอกแวกเสียสมาธิง่าย ควรให้เด็กนั่งแถวหน้าสุดใกล้โต๊ะครู เพื่อคุณครูจะได้สามารถเตือนเรียกสมาธิเด็กได้ และให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่เรียบร้อย ไม่ชอบเล่นไม่ชอบคุยระหว่างเรียน 2. เมื่อเห็นว่าเด็กหมดสมาธิจริงๆ ควรให้เด็กมีกิจกรรมที่เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ควรอนุญาตให้เด็กลุกจากที่ได้บ้าง แต่ในทางสร้างสรรค์ เช่น ให้ไปล้างหน้า หรือมาช่วยคุณครูลบกระดาน หรือ ช่วยแจกสมุด เป็นต้น จะช่วยลดความเบื่อของเด็กลง และเรียนได้นานขึ้น 3. ในกรณีที่เด็กสมาธิสั้นมาก สามารถใช้วิธีลดระยะเวลาการทำงานให้สั้นลง แต่ทำบ่อยกว่าคนอื่น โดยเน้นในเรื่องความรับผิดชอบ และความสามารถในการทำงานให้สำเร็จแม้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายครั้ง 4. การสื่อสารกับเด็ก ควรสังเกตว่าเด็กอยู่ในภาวะที่พร้อมหรือมีสมาธิที่ให้ความสนใจ สิ่งที่คุณครูกำลังจะพูดอยู่หรือไม่ หากสนใจอยู่ก็สามารถพูดกับเด็กโดยใช้คำพูดที่กระชับได้ใจความชัดเจนได้ทันที่หากเด็กกำลังอยู่ในช่วงเหม่อ วอกแวกหรือไม่ได้สนใจควรเรียกหรือแตะตัวอย่างนุ่มนวลให้เด็กรู้สึกตัว และหันมาสนใจเสียก่อนจึงสื่อกับเด็ก ในเด็กที่มีสมาธิสั้นบางครั้งเพียงใช้การบอก เรียก หรือ อธิบายอย่างเดียวเด็กอาจไม่ฟังหรือไม่ทำตาม คุณครูจะต้องเข้าไปหาเด็กและใช้การกระทำร่วมด้วย เพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมตามที่คุณครูต้องการ เช่น เมื่อต้องการให้เด็กเข้ามาในห้องเรียน หากใช้วิธีเรียกประกอบกับการโอบหรือจูงเด็กให้เข้าห้องด้วย จะได้ผลดีกว่าเรียกเด็กอย่างเดียว ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการฝึกให้เด็กรับฟังและปฏิบัติตามผู้ใหญ่ได้ดีขึ้นในเวลาต่อมา การช่วยเรื่องปัญหาพฤติกรรม 1. บรรยากาศที่เข้าใจและเป็นกำลังใจจะช่วยให้เด็กพยายามปรับปรุงตัวเองมากขึ้น ควรให้ความสนใจและชื่นชม เมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ดี เช่น สนใจเรียนได้นาน ไม่รบกวนเพื่อน ช่วยงานครู พยายามทำงานและเมื่อเด็กทำผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจควรใช้คำพูดปลอบใจ มีท่าทีเห็นใจ แนะนำวิธีแก้ไข 2. ไม่ประจาน ประณามหรือตราหน้าว่าเป็นเด็กไม่ดี และไม่ลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง หากเป็นพฤติกรรมจากโรค ADHDเพราะเด็กคุมตัวเองไม่ได้ดี เช่น ซุ่มซ่าม ทำของเสียหาย หุนหันพลันแล่น แต่ควรจะปราม เตือนและสอนอย่างสม่ำเสมอว่าพฤติกรรมใดไม่เหมาะสม และพฤติกรรมที่เหมาะสมคืออะไร เปิดโอกาสให้เด็กได้แก้ไขด้วยตนเอง เช่น เก็บของเข้าที่ใหม่ ชดใช้ของที่เสียหายหรือลงโทษเมื่อทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน 3. เด็กอาจมีปัญหาการปรับตัวเข้ากับเพื่อนเพราะเด็กมักจะใจร้อน หุนหัน เล่นแรง ในช่วงแรกอาจต้องอาศัยคุณครูช่วยให้คำตักเตือน แนะนำด้วยท่าทีที่เข้าใจ เพื่อให้เด็กปรับตัวได้และเข้าใจกฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การช่วยเรื่องปัญหาการเรียน เด็กสมาธิสั้นมีปัญหาการเรียนจากภาวะสมาธิสั้นเอง หรือ จากภาวะที่สมองมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ร่วมด้วย(LD) นอกเหนือจากสมาธิสั้น เนื่องจากเด็กที่เป็นโรคADHDนี้พบว่าประมาณ20-50%จะมีความบกพร่องด้านการเรียนรู้เฉพาะด้าน (Learning disability) ได้ เช่น การอ่าน การสะกดคำ การคำนวณ เป็นต้น เด็กต้องการความเข้าใจและช่วยเหลือจากคุณครูเพิ่มเติมเป็นพิเศษ |
|
| แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 02 ส.ค. 2005 22:40น. ) |